Boom Leverage
บทความทั้งหมด

ปริมาณซื้อขาย SET50 Futures & Options ย้อน 5 ปี: อ่านวัฏจักรวอลุ่ม TFEX ให้เป็น แล้วเปลี่ยนมันเป็นแผนการเรียน

รวมตัวเลขปริมาณซื้อขาย TFEX/SET50 Futures & Options ปี 2564–2569 จากแหล่งทางการ พร้อมโค้ด Python วาดกราฟตามได้ทันที และลำดับการเรียนอนุพันธ์แบบ risk-first จากคนทำ model risk

Varanchai Yingkhamnueng·
อนุพันธ์ · ข้อมูล 5 ปีBoom Leverage

วอลุ่ม SET50 Futures & Options 5 ปี = หนึ่งวัฏจักรเต็ม

พีค 2565
565,627 สัญญา/วัน
ต่ำสุด 2568
416,352 สัญญา/วัน (−13.9%)
พลิกกลับ 2569
5 เดือนแรก +22.7% นำโดย SET50 Futures/Options
ใช้ทำอะไร
อ่านสภาพคล่อง → วางลำดับเรียน futures → options

เวลาใครถามว่า "ตอนนี้เรียนอนุพันธ์ยังทันไหม ตลาดไทยยังมีคนเทรดอยู่เหรอ" ผมไม่ตอบจากความรู้สึก — ผมเปิดตัวเลขปริมาณการซื้อขายจริงของ TFEX ย้อนหลังห้าปีให้ดู เพราะวอลุ่มคือสัญญาณชีพของตลาด: มันบอกว่าสภาพคล่องหนาแค่ไหน ต้นทุนเข้า-ออกแพงแค่ไหน และความสนใจของตลาดกำลังไหลไปทางไหน บทความนี้รวบตัวเลขทางการปี 2564–2569 ไว้ที่เดียว พร้อมโค้ด Python ให้คุณสร้างกราฟเองได้ทุกบรรทัด และปิดท้ายด้วยวิธีเปลี่ยนข้อมูลชุดนี้เป็นแผนการเรียนที่มีลำดับ — เนื้อหานี้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

ทำไมต้องเริ่มจาก "วอลุ่ม" ไม่ใช่ราคา

คนส่วนใหญ่เปิดกราฟราคาเป็นอย่างแรก แต่คนทำงานสาย risk ถูกฝึกให้ดูโครงสร้างตลาดก่อน และวอลุ่มคือชั้นแรกของโครงสร้าง:

  • สภาพคล่อง = ต้นทุนจริง — ตลาดที่มีสัญญาเปลี่ยนมือหลายแสนสัญญาต่อวัน bid-ask spread จะแคบ การเข้า-ออกสถานะไม่เจ็บตัวจาก slippage เท่าตลาดเงียบ
  • วอลุ่มบอก regime — ช่วงตลาดผันผวนแรง วอลุ่มอนุพันธ์จะพุ่ง เพราะทั้งคน hedge และคนปรับพอร์ตต้องใช้เครื่องมือพร้อมกัน
  • วอลุ่มคือข้อมูลที่ "โกหกยาก" — ราคาถูกตีความได้ร้อยแบบ แต่จำนวนสัญญาที่ซื้อขายจริงเป็นข้อเท็จจริงที่ตลาดประทับตราให้ทุกวัน

ถ้ายังไม่คุ้นว่า SET50 Index Futures ทำงานยังไง แนะนำอ่านพื้นฐาน SET50 Index Futures และ leverage ก่อน แล้วค่อยกลับมาอ่านตัวเลขชุดนี้ จะเห็นภาพชัดขึ้นมาก

ตัวเลขจริง 5 ปี: พีค → ขาลงสามปี → พลิกกลับ

นี่คือปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของ TFEX จากรายงานทางการของตลาดหลักทรัพย์ฯ และ TFEX แต่ละปี (สินค้าหลักของตลาดคือกลุ่ม equity derivatives ซึ่ง press release ปี 2566 ของ TFEX ระบุว่ากินสัดส่วนถึง 83% ของปริมาณซื้อขายรวม โดยมี SET50 Futures/Options เป็นแกน):

ปีเฉลี่ยต่อวัน (สัญญา)เปลี่ยนแปลงเหตุการณ์สำคัญ
2564รวมทั้งปี 135 ล้านสัญญา+12.4%ปีที่ TFEX ติดอันดับ 25 ของโลกตามการจัดของ FIA
2565565,627+0.9%จุดพีคของค่าเฉลี่ยรายวัน — SET50 Index Futures เป็นตัวขับหลัก
2566532,886−5.8%ตลาดรวมหด แต่ SET50 Options +14% / SET50 Futures +13%
2567483,772−9.2%ขาลงต่อเนื่องปีที่สอง
2568416,352−13.9%จุดต่ำสุดของรอบ — Single Stock Futures และ SET50 Futures หดแรง
2569 (5 เดือนแรก)537,079+22.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนไตรมาสแรกเฉลี่ย 613,979 สัญญา/วัน นำโดย SET50 Futures + Options

ไล่เรื่องราวตามปี:

2564 — ปีทอง: MarketsWiki บันทึกว่า TFEX ซื้อขายรวม "135 million contracts traded, up 12.4 percent from 2020's 120 million" และติดอันดับ 25 ของ Futures Industry Association ในบรรดาตลาดอนุพันธ์ทั่วโลก

2565 — พีคของค่าเฉลี่ยรายวัน: รายงาน SET ระบุค่าเฉลี่ย 565,627 สัญญาต่อวัน (+0.9%) โดยแรงหลักมาจาก SET50 Index Futures

2566 — ตลาดรวมหด แต่ SET50 โตสวน: ค่าเฉลี่ยลดเหลือ 532,886 สัญญาต่อวัน (−5.8%) ทว่า press release ทางการของ TFEX ปีเดียวกันระบุชัดว่า "SET50 Options and SET50 Futures rose 14 percent and 13 percent, respectively" — สินค้าดัชนี SET50 แข็งแรงกว่าตลาดรวม และจำนวนบัญชีผู้ลงทุนเพิ่มขึ้น 10% เป็น 318,860 บัญชี ณ สิ้นปี (ปีนั้น TFEX ซื้อขายรวม 129 ล้านสัญญา หรือ 534,898 สัญญาต่อวันตามวิธีนับของ TFEX)

2567–2568 — ขาลงลึกสุด: ค่าเฉลี่ยไหลลง 483,772 (−9.2%) แล้วเหลือ 416,352 สัญญาต่อวัน (−13.9%) ตามลำดับ รายงานปี 2568 ชี้ว่าตัวฉุดหลักคือ Single Stock Futures และ SET50 Index Futures

2569 — พลิกกลับแรง: ไตรมาสแรกเฉลี่ย 613,979 สัญญาต่อวัน สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งปี 2568 ถึง 47.47% (เดือนมีนาคมพีค 714,006 สัญญา/วัน +6.81% จากเดือนก่อน) โดยรายงานระบุว่าแรงหนุนมาจาก SET50 Index Futures และ SET50 Index Options และเมื่อรวมห้าเดือนแรก "ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวม อยู่ที่ 537,079 สัญญา เพิ่มขึ้น 22.7%" จากช่วงเดียวกันของปีก่อน — ผมสรุปข่าวรอบนี้แยกไว้ในข่าววอลุ่ม TFEX พลิกกลับปี 2569

ทำไมมันสำคัญกับเรา: ห้าปีนี้คือหนึ่งวัฏจักรเต็ม ๆ ของตลาดอนุพันธ์ — ขึ้นเพราะผันผวน ลงเพราะเงียบ แล้วกลับมาเพราะผันผวนอีกรอบ ใครที่เข้าใจว่าวอลุ่มเป็นวัฏจักร จะไม่ตกใจตอนตลาดเงียบ และไม่หลงตอนตลาดคึก

สามข้อสังเกตจากข้อมูล (ที่มีผลกับการวางแผนเรียน)

1) วอลุ่มตามความผันผวน ไม่ตามทิศทาง — ปีที่วอลุ่มพีคไม่ใช่ปีที่ตลาดขึ้นแรง แต่เป็นปีที่ตลาดสวิงแรง แปลว่าทักษะอนุพันธ์มีมูลค่าใช้งานสูงสุดในจังหวะที่คนส่วนใหญ่รู้สึกว่าตลาด "น่ากลัว" ที่สุด และเครื่องมือแบบ options ที่ขาดทุนจำกัดได้ตั้งแต่ออกแบบสถานะ (ดูกลยุทธ์ออปชัน SET50 แบบ risk-first) ถูกออกแบบมาเพื่อจังหวะแบบนี้โดยตรง

2) SET50 Options ยังเล็กแต่โตสวนตลาด — ตัวเลขปี 2566 (+14% สวนตลาดรวมที่หด) และการถูกยกเป็นตัวนำการฟื้นในไตรมาสแรกปี 2569 บอกว่าฐานผู้ใช้ options ไทยกำลังขยาย จากฐานที่ยังเล็กมากเมื่อเทียบกับ futures — ตลาดที่ยังเล็กแปลว่าคนที่เข้าใจมันจริง ๆ ยังมีน้อย ความรู้เชิงลึก (เช่น Greeks: delta gamma theta vega) จึงเป็นของหายากที่มีมูลค่า

3) ฐานผู้เล่นโตแม้ตลาดขาลง — บัญชีผู้ลงทุนที่เพิ่มขึ้น 10% ในปีที่วอลุ่มหด บอกว่าคนหน้าใหม่ทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ ต่อให้ตลาดเงียบ คำถามคือคนกลุ่มนี้จะเข้ามาแบบ "รู้ว่ากำลังถืออะไร" หรือเข้ามาแบบเดาสุ่ม

ทำไมมันสำคัญกับเรา: ทั้งสามข้อชี้ทางเดียวกัน — ช่องว่างที่แท้จริงในตลาดนี้ไม่ใช่ "โอกาสทำกำไร" แต่คือ "ช่องว่างความรู้" และช่องว่างความรู้คือสิ่งที่ปิดได้ด้วยการเรียนอย่างมีลำดับ ไม่ต้องพึ่งดวง

ทำตามได้เลย: โค้ด Python วาดกราฟวอลุ่ม 5 ปีด้วยตัวเอง

ตามสไตล์ "ก็อปไปเลย" — โค้ดชุดนี้รันได้ทันที (ต้องมี matplotlib กับ pandas: pip install pandas matplotlib) ตัวเลขทุกตัวมาจากแหล่งทางการใน ## ที่มา ท้ายบทความ:

import pandas as pd
import matplotlib.pyplot as plt

# ADV = average daily volume (สัญญา/วัน) จากรายงานทางการ SET/TFEX
# 2564 รายงานเป็นยอดรวมทั้งปี (135,117,308 สัญญา) จึงแสดงเฉพาะ 2565-2569
data = {
    "ปี (พ.ศ.)": [2565, 2566, 2567, 2568, 2569],
    "adv": [565_627, 532_886, 483_772, 416_352, 537_079],
    "หมายเหตุ": [
        "ทั้งปี (พีคของรอบ)",
        "ทั้งปี",
        "ทั้งปี",
        "ทั้งปี (จุดต่ำสุดของรอบ)",
        "เฉลี่ย 5 เดือนแรก",
    ],
}
df = pd.DataFrame(data)
df["เปลี่ยนแปลง"] = (df["adv"].pct_change() * 100).round(1)

print(df.to_string(index=False))

fig, ax = plt.subplots(figsize=(9, 5))
colors = ["#888"] * 4 + ["#e8590c"]  # เน้นปีที่พลิกกลับ
ax.bar(df["ปี (พ.ศ.)"].astype(str), df["adv"], color=colors)
ax.set_title("TFEX average daily volume (contracts/day)")
ax.set_ylabel("contracts/day")
for i, v in enumerate(df["adv"]):
    ax.text(i, v, f"{v:,}", ha="center", va="bottom")
plt.tight_layout()
plt.savefig("tfex_adv_5yr.png", dpi=150)
print("saved: tfex_adv_5yr.png")

รันแล้วจะได้ทั้งตารางเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงและกราฟแท่งที่เห็นวัฏจักรชัด ๆ ใครใช้ Claude Code อยู่แล้ว ลองต่อยอดด้วย prompt นี้:

อ่านไฟล์ tfex_adv_5yr.png ไม่ต้อง — ใช้ตัวเลข ADV ใน script นี้
แล้วช่วยเพิ่ม: (1) เส้นค่าเฉลี่ย 5 ปี (2) annotation ปีที่วอลุ่มพีคและปีต่ำสุด
(3) export ตารางเป็น markdown สำหรับแปะใน Obsidian

ถ้าอยากไปไกลกว่ากราฟ — ดึงข้อมูลจริงจาก Settrade API มา backtest ต่อ ผมเขียนวิธีย้ายจาก AmiBroker/VBA ไป Python + Settrade API ไว้แล้ว รวมถึงการใช้ Claude Code ทำ backtest กลยุทธ์เทรดทั้ง workflow

เปลี่ยนข้อมูลเป็นแผนการเรียน: ลำดับที่ผมแนะนำ

ข้อมูลห้าปีบอกว่า "ตลาดกลับมามีชีวิต" — แต่การกระโดดเข้าตลาดโดยไม่มีลำดับการเรียนคือวิธีจ่ายค่าเทอมแพงที่สุด ลำดับที่สมเหตุสมผลจากมุมคนทำ model risk:

  1. เข้าใจ futures ก่อน optionsSET50 Index Futures คือรากของตระกูล ถ้าอ่าน leverage และ margin ไม่ขาด อย่าเพิ่งไป options
  2. อ่าน payoff ให้เป็นก่อนคิดกลยุทธ์payoff diagram คือภาษากลางของ options ทุกกลยุทธ์สร้างจากมัน
  3. รู้จักแรงกดดันของ Greeksdelta gamma theta vega บอกว่าสถานะของคุณ "เสียเงินเพราะอะไร" ได้ก่อนที่มันจะเสียจริง
  4. เริ่มจากกลยุทธ์ขาดทุนจำกัดกลยุทธ์ SET50 options แบบ risk-first เลือกเฉพาะโครงสร้างที่รู้ขาดทุนสูงสุดตั้งแต่วันแรก
  5. ทดสอบด้วยข้อมูล ไม่ใช่ความจำbacktest ด้วย Claude Code เพื่อให้ทุกความเชื่อผ่านการตรวจกับข้อมูลจริงก่อนใช้เงินจริง

ทั้งห้าขั้นเรียนได้โดยไม่ต้องมีสถานะในตลาดเลย — และนั่นคือวิธีที่ถูกต้อง: จ่ายด้วยเวลา ไม่ใช่จ่ายด้วยพอร์ต

ทำไมมันสำคัญกับเรา: จังหวะที่วอลุ่มกลับมา + ฐานผู้เล่นใหม่โต + ความรู้เชิงลึกยังหายาก = หน้าต่างที่การลงทุนเรียนให้ผลตอบแทนสูงสุด ไม่ใช่เพราะตลาดจะขึ้นหรือลง แต่เพราะทักษะนี้ใช้ได้ทุก regime

ภาพรวม

ห้าปีของวอลุ่ม TFEX คือวัฏจักรเต็มรอบ: พีคปี 2564–2565 → ขาลงสามปีติดจนเหลือ 416,352 สัญญา/วันในปี 2568 → พลิกกลับ +22.7% ในห้าเดือนแรกของปี 2569 โดยมี SET50 Futures และ Options เป็นตัวนำ สำหรับคนสาย finance/data ที่อยากได้ทักษะอนุพันธ์อย่างเป็นระบบ ตัวเลขชุดนี้คือคำตอบว่า "ทำไมต้องเรียนตอนนี้" — ตลาดจริงกลับมามีสภาพคล่องให้เรียนรู้ ขณะที่คู่แข่งด้านความรู้ยังน้อย เริ่มจากลำดับห้าขั้นข้างบนได้ฟรีทั้งหมด และถ้าอยากได้เส้นทางแบบจับมือทำครบทั้งระบบ ดูคอร์ส AI Quant Trading

เนื้อหานี้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

ที่มา

อ่านต่อ