งบแต่งได้ แต่เงินสดต้องไปโผล่ที่ไหนสักแห่ง — 216 รายการที่บริษัทเขียนบอกไว้เอง ในหน้าที่ไม่มีใครอ่าน
รายย่อยเห็นความเห็นผู้สอบบัญชี 'สะอาด' แล้วตายใจ แต่การถ่ายเงินออกจากบริษัทไม่ได้เกิดในบรรทัดกำไร มันเกิดในหัวข้อ 'รายการระหว่างกัน' และ 'ข้อพิพาททางกฎหมาย' ซึ่งฝ่ายบริหารต้องเขียนสารภาพไว้เองตามกฎ ก.ล.ต. — แค่มันซ่อนอยู่ในตัวหนังสือ 200 หน้า บทความนี้แจกชุดคำค้นภาษาไทยให้ Ctrl+F ได้ทันที กางกรณีศึกษาจริงปีงบ 2564 ที่ผู้สอบบัญชีเซ็นความเห็นสะอาด 8 เดือนก่อนวิกฤต ทั้งที่บริษัทเขียนเองว่าปล่อยกู้ให้บริษัทที่ไม่มีการดำเนินงาน และนับให้ดูว่าทั้งตลาดมีกี่บริษัทที่เงินไหลออกไปหากิจการที่เกี่ยวข้องกัน — ทุกบรรทัดมีเลขหน้าและลิงก์ ก.ล.ต.
งบแต่งได้ แต่เงินสดต้องไปโผล่ที่ไหนสักแห่ง — 216 รายการที่บริษัทเขียนบอกไว้เอง ในหน้าที่ไม่มีใครอ่าน
รายย่อยเห็นความเห็นผู้สอบบัญชี 'สะอาด' แล้วตายใจ แต่การถ่ายเงินออกจากบริษัทไม่ได้เกิดในบรรทัดกำไร มันเกิดในหัวข้อ 'รายการระหว่างกัน' และ 'ข้อพิพาททางกฎหมาย' ซึ่งฝ่ายบริหารต้องเขียนสารภาพไว้เองตามกฎ ก.ล.ต. — แค่มันซ่อนอยู่ในตัวหนังสือ 200 หน้า บทความนี้แจกชุดคำค้นภาษาไทยให้ Ctrl+F ได้ทันที กางกรณีศึกษาจริงปีงบ 2564 ที่ผู้สอบบัญชีเซ็นความเห็นสะอาด 8 เดือนก่อนวิกฤต ทั้งที่บริษัทเขียนเองว่าปล่อยกู้ให้บริษัทที่ไม่มีการดำเนินงาน และนับให้ดูว่าทั้งตลาดมีกี่บริษัทที่เงินไหลออกไปหากิจการที่เกี่ยวข้องกัน — ทุกบรรทัดมีเลขหน้าและลิงก์ ก.ล.ต.
ลองนึกภาพเช้าวันหนึ่ง
คุณเปิดแอปโบรกฯ แล้วเห็นตัวอักษรสองตัวข้างชื่อหุ้นที่คุณถือ — SP
หยุดพักการซื้อขาย ขายไม่ได้ ไม่มีราคา ไม่มีทางออก แล้วข่าวก็ทยอยตามมา ผู้บริหารถูกกล่าวหา เงินหายไปจากบริษัท ก.ล.ต. เข้ามาตรวจ
สิ่งที่คุณพูดกับตัวเองในนาทีนั้น ผมเดาได้เลยว่าคือประโยคนี้:
"ก็งบมันดูปกติดีนี่ กำไรก็มี ผู้สอบบัญชีก็เซ็นรับรอง"
และนี่คือความจริงที่โหดที่สุดของบทความนี้ — คุณพูดถูกทุกคำ งบมันดูปกติจริง กำไรมีจริง และผู้สอบบัญชีก็เซ็นรับรองแบบไม่มีเงื่อนไขจริง ๆ
ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงที่ข้อมูลถูกปิดบัง ปัญหาอยู่ตรงที่มันถูกเขียนไว้ในหน้าที่คุณไม่ได้เปิด
รายย่อยถามผิดคำถาม
เวลาเกิดเคสแบบนี้ คำถามแรกในกลุ่มไลน์เกือบทุกครั้งคือ "มันแต่งงบยังไงวะ"
ผมเข้าใจว่าทำไมคนถามแบบนั้น แต่มันเป็นคำถามที่พาไปผิดทาง เพราะมันชวนให้คุณไปเพ่งที่ บรรทัดกำไร ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรุงแต่งได้ง่ายที่สุดในงบทั้งเล่ม รับรู้รายได้เร็วขึ้นหน่อย ตั้งค่าเผื่อน้อยลงหน่อย ยืดอายุสินทรัพย์ออกไปอีกนิด — กำไรขยับได้โดยไม่ต้องมีเงินสดสักบาทเคลื่อนที่
คำถามที่ฝั่งสถาบันถามไม่เหมือนกัน และมันสั้นกว่ามาก:
"ถ้ากำไรมันทิพย์ แล้วเงินสดจริง ๆ มันไหลออกไปทางไหน"
นี่คือความแตกต่างทั้งหมด กำไรเป็นความเห็นทางบัญชี แต่เงินสดเป็นข้อเท็จจริง เงินที่ออกจากบัญชีบริษัทไปแล้วต้องไปโผล่ที่ใดที่หนึ่งเสมอ และไม่ว่าใครจะตั้งใจซ่อนแค่ไหน มันต้องถูกบันทึกไว้ เพราะกฎหมายบังคับให้เปิดเผย
คำถามที่เหลือมีข้อเดียว: คุณรู้ไหมว่ามันถูกบันทึกไว้ตรงไหน
ท่อที่ถูกกฎหมาย: รายการระหว่างกัน
ในแบบ 56-1 One Report มีหัวข้อหนึ่งที่แทบไม่เคยถูกพูดถึงในคลิปสรุปงบ — หัวข้อที่ 9 การควบคุมภายในและรายการระหว่างกัน (ผมกางแผนที่ทั้งเล่มไว้แล้วในบทความเรื่องโครงสร้าง 56-1)
"รายการระหว่างกัน" (Related Party Transactions) คือรายการที่บริษัททำกับคนใน — กรรมการ ผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือกิจการที่คนกลุ่มเดียวกันคุมอยู่
ขอวางเส้นให้ชัดก่อนใครจะเข้าใจผิด: รายการระหว่างกันส่วนใหญ่ปกติและถูกกฎหมายสนิท บริษัทแม่ให้บริษัทลูกกู้เพื่อขยายโรงงาน กลุ่มบริษัทใช้ศูนย์บริการร่วมกัน — เรื่องพวกนี้เกิดทุกวันในทุกกลุ่มธุรกิจ และการเปิดเผยมันคือหน้าที่ ไม่ใช่ความผิด
แต่ มันคือช่องทางเดียวที่เงินออกจากบริษัทไปหาคนในได้อย่างถูกกฎหมาย และเมื่อมันถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ มันคือท่อดูดที่มีประสิทธิภาพสูงมาก เพราะทุกขั้นตอนมีเอกสารรองรับครบถ้วน
สิ่งที่ต้องดูไม่ใช่ "มีรายการระหว่างกันไหม" แต่คือ ทิศทาง
อันนี้คือหัวใจ และเป็นจุดที่คนอ่านเองพลาดบ่อยที่สุด — ผมเองก็เกือบพลาดตอนนับตัวเลขให้บทความนี้
| คำที่เห็น | ทิศเงิน | อ่านว่ายังไง |
|---|---|---|
| เงินกู้ยืม จาก กิจการที่เกี่ยวข้องกัน | 💰 เข้า บริษัท | ปกติ มักเป็นการอัดฉีดสภาพคล่องจากผู้ถือหุ้นใหญ่ บางทีเป็นข่าวดีด้วยซ้ำ |
| เงินให้กู้ยืม แก่ กรรมการ / กิจการที่เกี่ยวข้องกัน | 🚨 ออก จากบริษัท | นี่คือช่องที่ต้องอ่าน เงินของผู้ถือหุ้นออกไปอยู่กับคนใน |
| เงินทดรองจ่าย แก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน | 🚨 ออก | จ่ายไปก่อน ยังไม่ได้คืน — ชื่อฟังดูเล็ก แต่ยอดสะสมโตได้เร็วมาก |
| ลูกหนี้ กิจการที่เกี่ยวข้องกัน (ที่ไม่ลดลงสักที) | 🚨 ออกไปแล้วไม่กลับ | ขายของให้คนกันเอง รับรู้รายได้แล้ว แต่เก็บเงินไม่ได้ |
แถวล่างสุดคือแถวที่อันตรายที่สุด เพราะมันเข้าเงื่อนไข "กำไรทิพย์" ได้เต็ม ๆ — บริษัทบันทึกรายได้จากการขายให้กิจการที่เกี่ยวข้องกัน กำไรในงบสวยขึ้นทันที แต่เงินสดไม่เคยเข้ามา มีแต่ตัวเลขลูกหนี้ที่โตขึ้นเรื่อย ๆ ในงบดุล
สามคำถามที่ผมใช้เวลาเจอรายการทิศ "ออก" — ยืมมาจากงานพิจารณาความเสี่ยงคู่สัญญาที่ผมทำในแบงก์ตรง ๆ:
- มีหลักประกันไหม — ถ้าปล่อยกู้ให้คนนอกต้องมีหลักประกัน แล้วทำไมให้คนในถึงไม่ต้องมี
- ดอกเบี้ยเท่าไหร่ เทียบกับที่บริษัทเองไปกู้มา — ถ้าบริษัทกู้แบงก์มา 6% แล้วปล่อยต่อให้กิจการที่เกี่ยวข้องกัน 3% นั่นคือส่วนต่างที่ผู้ถือหุ้นเป็นคนจ่าย
- ปีที่แล้วยอดเท่าไหร่ — ยอดที่ไม่ลดลงสักปี แปลว่าไม่มีใครตั้งใจจะคืน
แล้วในตลาดไทยมีเท่าไหร่ — ผมนับมาให้แล้ว
ผมสแกนคลังของ Boom Leverage Terminal ทั้งหมด (ดัชนีสร้าง 14 ส.ค. 2026 · นับ 15 ส.ค. 2026 · ครอบคลุมปีงบ 2564–2568) โดยนับ เฉพาะรายการที่ระบบเปิดให้ค้นได้จริงวันนี้ ไม่ใช่ทุกอย่างที่มีในคลัง — เดี๋ยวผมอธิบายความต่างตรงนี้ตอนท้าย เพราะมันคือเรื่องที่ผมอยากให้จำที่สุด
เงินไหลออกไปหาคนใน + ข้อพิพาททางกฎหมาย — ทั้งตลาด
910 บริษัทที่มีเอกสารเข้าคลัง · ปีงบ 2564–2568 · นับ 15 ส.ค. 2026
รายการทิศ “ออก” (ให้กู้/ทดรอง/ลูกหนี้ แก่คนใน)
216 รายการ
71 บริษัท ≈ 7.8% ของ 910
รายการระหว่างกันทั้งหมดที่ค้นได้
906 รายการ
202 บริษัท — ส่วนใหญ่ปกติ ใช้เป็นฐานเทียบ
ข้อพิพาททางกฎหมาย / ถูกฟ้องร้อง
1,094 รายการ
176 บริษัท ≈ 19.3% ของ 910
ใน 216 รายการนั้น — บริษัทเขียนเอง
191 รายการ
ปัจจัยความเสี่ยง 122 · คำอธิบายฝ่ายจัดการ 69
ใน 216 รายการนั้น — ผู้สอบบัญชีหยิบขึ้นมาเอง
25 รายการ
12 บริษัท · ส่วนใหญ่เป็น KAM (22 รายการ)
อยู่ในท่อที่เรายังล็อกไว้ ไม่เปิดให้ค้น
2,480 รายการ
1,141 รายการระหว่างกัน + 1,339 ข้อพิพาท — เหตุผลอยู่ท้ายบทความ
ตัวเลขที่ผมอยากให้หยุดอ่านคือ 191 กับ 25
ใน 216 รายการที่เงินไหลออกไปหาคนใน มีแค่ 25 รายการ ที่ผู้สอบบัญชีหยิบขึ้นมาพูดเอง อีก 191 รายการ — บริษัทเป็นคนเขียนบอกเอง ในหัวข้อปัจจัยความเสี่ยงและคำอธิบายฝ่ายจัดการ
อ่านอีกที: ข้อมูลนี้ไม่ได้มาจากการสืบสวน ไม่ได้มาจากแหล่งข่าววงใน มันมาจากที่บริษัทเขียนอธิบายตัวเองในเอกสารที่ยื่น ก.ล.ต.
นี่คือความไม่สมมาตรที่แท้จริงของตลาดนี้ ไม่ใช่ว่าใครมีข้อมูลลับกว่าใคร — ทุกคนมีข้อมูลชุดเดียวกันหมด ต่างกันแค่ว่าใครมีเวลาไปอ่านมัน
เคสที่ควรอ่านช้าที่สุด: "บริษัท M" ปีงบ 2564
ผมจะกางเคสนี้ให้ดู เพราะมันคือคำตอบของทั้งบทความ และผมขอวางกติกาไว้ก่อน 3 ข้อ เพื่อไม่ให้ใครอ่านเกินกว่าที่หลักฐานบอก
กติกาการอ่านเคสนี้
1. ทุกบรรทัดข้างล่างมาจากเอกสารที่ยื่น ก.ล.ต. ก่อนเกิดเหตุ รายงานผู้สอบบัญชีฉบับนี้ลงนามที่กรุงเทพฯ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 — ก่อนเหตุการณ์เดือนพฤศจิกายน 2565 ประมาณ 8 เดือนครึ่ง ผมเช็กจากวันที่ผู้สอบเซ็นในตัวเอกสาร ไม่ใช่จากวันที่ไฟล์ถูกสร้าง (ซึ่งเป็นวันที่เราโหลดมา ใช้เป็นหลักฐานไม่ได้)
2. นี่ไม่ใช่การบอกว่าใครควรจะรู้ล่วงหน้า ไม่มีบรรทัดไหนในเอกสารนี้ทำนายสิ่งที่เกิดขึ้นทีหลัง และผมไม่ได้กำลังบอกว่าอ่านแล้วจะเห็นอนาคต
3. เคสนี้ถูกยกมาเพื่อสอนวิธีอ่าน ไม่ใช่เพื่อชี้นำหลักทรัพย์หรือกล่าวหาใคร ข้อความทั้งหมดเป็นคำที่บริษัทและผู้สอบบัญชีเขียนเอง
4. ผมถอดชื่อบริษัทออกเอง และจะเรียกว่า "บริษัท M" ทั้งที่เอกสารทุกฉบับเป็นของสาธารณะและอ้างอิงได้ตามปกติ — เพราะบทเรียนที่ผมอยากให้ติดตัวคุณกลับไปคือ วิธีอ่าน ไม่ใช่ชื่อย่อ · ตัวเลข ปีงบ เลขหน้า และข้อความทุกคำข้างล่างเป็นของจริงไม่ตัดต่อ ถ้าคุณอยากยืนยันด้วยตัวเอง ก๊อปประโยคภาษาอังกฤษในกรอบไปค้นในระบบเปิดเผยข้อมูลของ ก.ล.ต. หรือใน Terminal ก็เจอทันที
สิ่งแรกที่ต้องรู้ และมันคือพล็อตทวิสต์ทั้งหมด
บริษัท M · กรณีศึกษาจริง
ประเภทความเห็นของผู้สอบบัญชี เรียงตามปีงบ (ถอดชื่อออกโดยผู้เขียน)
- ปีงบ 2564✅ สะอาด — ไม่มีเงื่อนไข
- ปีงบ 2565✅ สะอาด — ไม่มีเงื่อนไข
- ปีงบ 2566✅ สะอาด — ไม่มีเงื่อนไข
- ปีงบ 2567✅ สะอาด — ไม่มีเงื่อนไข
- ปีงบ 2568✅ สะอาด — ไม่มีเงื่อนไข
ความเห็นผู้สอบบัญชีของบริษัท M สะอาดทุกปี ตั้งแต่ปีงบ 2564 ถึง 2568 ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีการไม่แสดงความเห็น รวมถึงปี 2565 ที่เกิดเหตุด้วย
ผมเขียนบทความทั้งบทความเรื่องความเห็นผู้สอบบัญชีไปแล้ว และผมยังยืนยันทุกคำว่ามันคือด่านแรกที่คุ้มค่าที่สุด — แต่เคสนี้คือเหตุผลว่าทำไมมันต้องเป็นด่าน "แรก" ไม่ใช่ด่าน "เดียว"
แล้วในเอกสารฉบับเดียวกันนั้นเขียนอะไรไว้บ้าง
ผู้สอบบัญชีเซ็นสะอาด แต่ในหัวข้อ เรื่องสำคัญในการตรวจสอบ (KAM) — ซึ่งคือส่วนที่ผู้สอบเล่าว่าปีนี้เขาลงแรงตรวจเรื่องอะไรหนักที่สุด — เขาเขียนไว้ว่า:
บริษัท M · ปีงบ 2564 — สิ่งที่อยู่ในเอกสารฉบับที่ผู้สอบเซ็นสะอาด
รายงานผู้สอบบัญชีลงนามที่กรุงเทพฯ 25 ก.พ. 2565
“Impairment of investment in subsidiaries and Allowance for expected credit loss of trade and other current receivables - related parties and Allowance for expected credit loss for doubtful accounts for loans to and interest receivable from subsidiaries in the separate financial statements”
KAM ไม่ใช่คำเตือน และไม่ใช่คำทำนายการทุจริต — ผมย้ำเรื่องนี้ในบทความที่แล้วและขอย้ำอีกครั้ง KAM เป็นส่วนหนึ่งของรายงานที่สะอาด มันคือผู้สอบบัญชีบอกว่า "ปีนี้ผมเหนื่อยกับเรื่องนี้ที่สุด"
แต่นั่นแหละคือประโยชน์ของมัน — มันคือ ลายแทงที่บอกว่าจุดไหนในงบต้องใช้ดุลยพินิจมากที่สุด และในเคสนี้ ลายแทงชี้ไปที่ ลูกหนี้และเงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน กับ สินทรัพย์ทางการเงินที่คิดเป็น 66% ของสินทรัพย์ทั้งบริษัท
คำถามที่ผมอยากให้ค้างไว้ในหัวคือ: ถ้าคนที่มีอำนาจเข้าไปดูบัญชีจริง บอกว่าเขาเหนื่อยกับเรื่องหนี้ที่เกี่ยวโยงกันมากที่สุด แล้วทำไมคนที่ถือหุ้นอยู่ถึงไม่เคยเปิดหน้านั้นเลย
และนี่คือส่วนที่บริษัทเขียน "สารภาพ" ไว้เอง
ตรงนี้คือหัวใจของบทความ ทุกข้อความข้างล่างนี้ ฝ่ายบริหารเป็นคนเขียนเอง ในเอกสารฉบับเดียวกัน — ผมยกมาไม่ตัดต่อ ยกเว้นชื่อคู่สัญญาที่ผมแทนด้วย [บริษัท D] / [บริษัท S] / [บริษัท P] ตามนโยบายถอดชื่อของบทความนี้ ส่วนที่เหลือทุกคำและทุกตัวเลขคือของจริง:
| สิ่งที่บริษัทเขียนไว้ | อ่านว่ายังไง |
|---|---|
"[บริษัท D] has no plan of payment because of no operation. The loan has been fully set up for allowance for doubtful accounts." | ปล่อยกู้ให้บริษัทที่ไม่มีการดำเนินงาน และไม่มีแผนจะจ่ายคืน — ตั้งค่าเผื่อเต็มจำนวนแล้ว = ยอมรับว่าเงินก้อนนี้ไม่กลับมา |
"The loan is not in proportion to their shareholding because the Company is a major shareholder and provide financial support to [บริษัท D]…" | ปล่อยกู้เกินสัดส่วนการถือหุ้น — ผู้ถือหุ้นรายอื่นของบริษัท D ไม่ได้ลงเงินตามส่วน แต่บริษัท M ลง |
"Such loans have not yet been set up for allowance for doubtful accounts because the management has already considered that [บริษัท S] will start in 2020." | ยังไม่ตั้งค่าเผื่อ เพราะฝ่ายบริหารเชื่อว่าอีกบริษัทจะเริ่มดำเนินงาน — เขียนไว้ในงบปี 2564 โดยอ้างอิงแผนปี 2563 |
| ลูกหนี้ค่าลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ 6.37 ล้านบาท ครบกำหนดชำระตั้งแต่ พ.ย. 2561 / ธ.ค. 2561 / ธ.ค. 2562 | ค้างมาแล้ว 3 ปี และยอดไม่ขยับเลยเทียบกับสิ้นปี 2563 |
ค้ำประกัน [บริษัท P] ในฐานะ จำเลยที่ 2 — สถาบันการเงินฟ้องศาลแพ่งตั้งแต่ 12 ต.ค. 2560 ในมูลหนี้ 81.70 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย · ยอดคงค้าง 77.85 ล้านบาท + ดอกเบี้ย 44.32 ล้านบาท = 122.17 ล้านบาท | ภาระผูกพันที่อยู่นอกงบกำไรขาดทุน — ไม่กระทบบรรทัด "กำไรสุทธิ" ที่คุณดู แต่กระทบเงินสดแน่ถ้าแพ้คดี |
ทั้งหมดนี้อยู่ในเอกสารสาธารณะ โหลดฟรี ยื่นก่อนเกิดเหตุ 8 เดือนครึ่ง และอยู่ในเล่มที่ผู้สอบบัญชีเซ็นรับรองว่า "ถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญ"
สองเรื่องนี้ไม่ได้ขัดกันเลย ผู้สอบบัญชีรับรองว่าตัวเลขถูกต้องและเปิดเผยครบ — ซึ่งมันครบจริง คุณถึงได้อ่านมันอยู่ตอนนี้ ผู้สอบไม่ได้มีหน้าที่บอกคุณว่าธุรกิจนี้ดีหรือแย่ หน้าที่นั้นเป็นของคุณ และวัตถุดิบก็ถูกวางไว้ให้แล้ว
แจกอาวุธ: ชุดคำค้นภาษาไทย เอาไป Ctrl+F ได้เลย
เหมือนบทความที่แล้ว ผมยกทุกคำมาจาก One Report ฉบับภาษาไทยจริง ที่อยู่บนดิสก์ผม ไม่ได้แปลเอง — ในวงเล็บคือจำนวนครั้งที่เจอในเล่มนั้น ๆ เพื่อยืนยันว่าคำนี้มีจริงและใช้ค้นได้จริง
กลุ่มที่ 1 — รายการระหว่างกัน
| ค้นคำนี้ | เจอแล้วทำอะไรต่อ |
|---|---|
รายการระหว่างกัน | จุดเริ่มต้น (SELIC 50 ครั้ง · PCC 31 · IFEC 14) — พาไปหัวข้อที่ 9 ของเล่ม |
บุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง | ตารางที่บอกว่า ใครคือคนใน (PCC 9 · SELIC 9 · IFEC 3) — อ่านชื่อให้ครบก่อนดูตัวเลข |
รายการธุรกิจกับกิจการที่เกี่ยวข้องกัน | หัวข้อในหมายเหตุประกอบงบ — ที่นี่มีตัวเลขจริงและยอดปีก่อนให้เทียบ |
บุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน | คำที่ใช้ในหมายเหตุประกอบงบ ต่างจากคำในตัวเล่ม 56-1 — ต้องค้นทั้งสองคำ |
เงินให้กู้ยืม · เงินให้กู้ยืมระยะสั้น | 🚨 ทิศออก (PCC 16 / 9 ครั้ง) — อ่านต่อทันทีว่า ให้ใคร มีหลักประกันไหม ดอกเบี้ยเท่าไร |
เงินทดรองจ่าย | 🚨 ทิศออก (IFEC 5 · PCC 1) — ยอดสะสมโตเร็วกว่าที่ชื่อฟังดู |
กลุ่มที่ 2 — ข้อพิพาทและภาระที่ยังไม่โผล่ในงบกำไรขาดทุน
| ค้นคำนี้ | เจอแล้วทำอะไรต่อ |
|---|---|
ข้อพิพาททางกฎหมาย | หัวข้อมาตรฐานในส่วนที่ 1 ของเล่ม (PCC 4 · IFEC 4 · SELIC 3) |
ถูกฟ้องร้อง | คำที่โผล่ในเนื้อความจริง (IFEC 11 ครั้ง) — ใช้จับเคสที่ไม่ได้อยู่ใต้หัวข้อมาตรฐาน |
ภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น | หัวข้อที่สำคัญที่สุดในกลุ่มนี้ — ค้ำประกัน คดีความ ภาระที่ยังไม่รับรู้เป็นหนี้สิน เจอในทุกเล่มที่ผมเปิด |
หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น | รูปสั้นของคำข้างบน บางเล่มใช้คำนี้แทน |
⚠️ เตือนแบบเดียวกับบทความที่แล้ว: เจอคำเหล่านี้ ไม่ได้แปลว่าเจอปัญหา ทุกบริษัทในตลาดมีหัวข้อ
รายการระหว่างกันและเกือบทุกบริษัทมีภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น— คำค้นพาคุณไปถึงหน้า แต่ไม่ได้อ่านแทนคุณ สิ่งที่ตัดสินคือ ทิศทาง · หลักประกัน · ดอกเบี้ย · และยอดเทียบปีก่อน
แล้วทำไมรู้คำค้นแล้วยังไม่พอ
ผมให้ตารางข้างบนไปฟรี ๆ และผมหมายความตามนั้น — ทำเองได้จริง ข้อมูลเป็นของสาธารณะทั้งหมด
แต่ลองกางเลขคณิตออกมาดูเหมือนที่ผมทำในบทความที่แล้ว แล้วจะเห็นว่าปัญหาไม่เคยอยู่ที่ "หาไม่เจอ":
พอร์ต 10 ตัว × ย้อนหลัง 5 ปีงบ = 50 ไฟล์
เล่มละ ~200–300 หน้า ≈ 12,500 หน้า
แต่ละไฟล์ต้องเปิด 3 จุด ไม่ใช่จุดเดียว:
หัวข้อ 9 รายการระหว่างกัน
+ หมายเหตุประกอบงบ (ตัวเลขจริง + ยอดปีก่อน)
+ ภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น
= 150 จุดที่ต้องเปิด
แล้วยังต้องเรียงเทียบข้ามปีเองอีก
และงานที่โหดที่สุดยังไม่ใช่การเปิด — มันคือการจำ เพราะสัญญาณของท่อดูดเงินไม่ได้อยู่ในตัวเลขปีเดียว มันอยู่ใน ยอดที่ไม่ลดลงสักปี คุณต้องจดยอดลูกหนี้กิจการที่เกี่ยวข้องกันของปี 2564 ไว้ แล้วเปิดเล่มปี 2565 มาเทียบ แล้วปี 2566 อีก — ต่อบริษัท ต่อรายการ
นี่ไม่ใช่งานวิเคราะห์ นี่คืองานกรรมกร และมันคือเหตุผลเดียวที่ฝั่งสถาบันได้เปรียบ ไม่ใช่เพราะเขาฉลาดกว่า แต่เพราะเขาจ้างคนมานั่งทำสิ่งนี้เป็นงานประจำ ส่วนคุณมีเวลาว่างตอนสี่ทุ่มหลังเลิกงาน
สิ่งที่ผมสร้างขึ้นมาแก้เรื่องนี้ — และสิ่งที่ผมยังไม่ยอมเปิดให้ใช้
ถามเป็นความหมาย ไม่ใช่เปิดทีละไฟล์
พิมพ์ "เงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน" หรือ "ถูกฟ้องร้องคดี" ครั้งเดียว ระบบกวาดคำอธิบายฝ่ายจัดการ ปัจจัยความเสี่ยง และรายงานผู้สอบบัญชีของ 918 บริษัท ปีงบ 2564–2569 พร้อมกัน — เคสอย่าง INGRS, EASON, BCT, ADD, CRANE ในตารางข้างล่างมาจากการค้นแบบนี้ ไม่ได้มาจากการเปิดไฟล์ทีละเล่ม
ทำไมเชื่อได้: ทุกผลลัพธ์เป็นข้อความจริงจากเอกสารจริง (verbatim) พร้อมชื่อบริษัท ปีงบ เลขหน้า และลิงก์ไฟล์ต้นฉบับที่ ก.ล.ต. — ไม่มีการสรุปความ ไม่มีการปั้นตัวเลข ถ้าระบบชี้ไม่ได้ว่าประโยคนี้อยู่หน้าไหน มันจะไม่ถูกส่งขึ้นจอเลย
นี่คือตัวอย่างที่ระบบคืนมาจริงจากคำค้นเรื่องเงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน — ทุกบรรทัดกดดูต้นฉบับได้:
| บริษัท | ปีงบ | สิ่งที่เอกสารเขียน |
|---|---|---|
| INGRS | 2568 | ผู้สอบใส่ วรรคเน้นข้อมูลเรื่องเงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน โดยเฉพาะ (หน้า 2) — "…regarding the short-term loans to related parties. The Company and the subsidiaries in Malaysia have provided short-term loans to the parent company." · ในปีเดียวกันบริษัทระบุค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตของลูกหนี้การค้าของกลุ่ม 300.5 ล้านบาท |
| EASON | 2567 → 2568 | ให้กู้กิจการที่เกี่ยวข้องกัน 169.60 ล้านบาท (สุทธิจากค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต) แล้วปีถัดมาเป็น 42.35 / 165.60 ล้านบาท ในงบรวม/งบเฉพาะกิจการ — ขึ้นเป็น KAM 2 ปีติด เพราะการประเมินค่าเผื่อต้องใช้ดุลยพินิจสูง |
| BCT | 2565 · 2566 | ให้กู้ระยะยาวแก่บริษัทร่วมในต่างประเทศ ไม่มีหลักประกัน ดอกเบี้ย SOFR+3.5% ครบกำหนดคืนเต็มจำนวน มิ.ย. 2569 — KAM 2 ปีติด |
| ADD | 2568 | ให้กู้บริษัทร่วม 29,550,000 บาท ตั้งค่าเผื่อ ECL 10,353,923 บาท (หน้า 239) · บริษัทระบุเองว่าบริษัทร่วมที่ถือ 15% ผิดนัดชำระเงินต้น 3 งวดติด |
| CRANE | 2565 | KAM ว่าด้วยค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตของ เงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน + ด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทย่อย |
| 3K-BAT | 2564–2567 | วรรคเน้นข้อมูลเรื่อง คดีที่อดีตพนักงานฟ้อง 4 ปีติดต่อกัน — ตัวอย่างฝั่งข้อพิพาทที่อ่านเป็นทิศทางได้ |
และนี่คือส่วนที่ผมอยากพูดถึงมากที่สุดในบทความนี้
ในคลังของเรามีท่อข้อมูลเฉพาะทางอยู่สองท่อ ชื่อ Forensic กับ Governance ในนั้นมีข้อมูลที่สกัดเสร็จแล้ว 116,138 รายการ — รวมถึงหมวด related-party โดยเฉพาะอีก 1,031 รายการ และคดีความอีกเป็นหมื่น
เราล็อกมันไว้ ลูกค้าเปิดใช้ไม่ได้แม้แต่คนเดียว
สถานะท่อข้อมูล — ทำไมบางท่อถึงยังไม่เปิด
วัด 15 ส.ค. 2026 · ดัชนีสร้าง 14 ส.ค. 2026
ปัจจัยความเสี่ยง
เปิดใช้
พิสูจน์พิกัดหน้าได้ 99.24%
คำอธิบายฝ่ายจัดการ / งบการเงิน
เปิดใช้
พิสูจน์พิกัดหน้าได้ 99.03%
รายงานผู้สอบบัญชี
เปิดใช้
พิสูจน์พิกัดหน้าได้ 99.48%
Forensic
102,641 รายการ
สกัดเสร็จแล้ว · ยังไม่ผ่านด่านพิสูจน์พิกัด · ล็อก
Governance
13,497 รายการ
รวม related-party 1,031 · ยังไม่ผ่านด่านพิสูจน์พิกัด · ล็อก
สิ่งที่ท่อที่ล็อกอยู่คืนให้ลูกค้าวันนี้
0 รายการ
ถูกตัดทิ้งที่ชั้น request แบบ fail-closed
เหตุผลที่ล็อกมีข้อเดียว: สองท่อนั้นยังไม่ผ่านด่านพิสูจน์พิกัดหน้าเอกสาร
Terminal มีกฎเหล็กข้อเดียวที่ผมไม่ยอมผ่อน — ถ้าเราวาดกรอบกลับไปชี้ไม่ได้ว่าประโยคนี้อยู่ตรงไหนบนหน้าไหนของไฟล์ต้นฉบับ เราไม่แสดงผลมันเลย ไม่ใช่แสดงพร้อมคำเตือน ไม่ใช่แสดงแบบเป็นเบต้า — ไม่แสดง
ผมรู้ว่าถ้าปลดล็อกวันนี้ ตัวเลขในหน้าขายจะสวยขึ้นทันทีจากหลักพันเป็นหลักแสน แต่มันจะแลกมากับสิ่งเดียวที่เครื่องมือแบบนี้ขายได้จริง — ความมั่นใจว่าทุกอย่างที่คุณเห็นบนจอ กดกลับไปตรวจของจริงได้
ในฐานะคนที่ทำงานฝั่งตรวจสอบแบบจำลองในแบงก์มาหลายปี ผมเจอมาพอที่จะรู้ว่า "เห็นข้อมูลน้อยลงแต่พิสูจน์ได้ทุกบรรทัด" มีค่ากว่า "เห็นเยอะแต่ต้องเชื่อ" เสมอ — เพราะข้อมูลที่พิสูจน์ไม่ได้ไม่ใช่หลักฐาน มันเป็นแค่ความเห็น และผมไม่ได้ตั้งใจขายความเห็น (หลักการเดียวกับที่ผมเขียนไว้ในวิธีกัน AI ปั้นตัวเลขด้วย 3 ด่าน)
เมื่อไหร่ที่สองท่อนี้ผ่านด่านเดียวกับอีกสามท่อ มันจะเปิดเอง และผมจะเขียนบอก — พร้อมตัวเลขที่วัดได้ เหมือนที่ทำมาตลอด
ขอบเขตที่เครื่องมือนี้ทำไม่ได้ — อ่านก่อนตัดสินใจ
1. เราอ่านสิ่งที่ถูกเปิดเผย ไม่ได้ตรวจบัญชี ถ้ารายการถูกทำนอกงบหรือถูกปกปิดจากผู้สอบบัญชีด้วย มันจะไม่ปรากฏในเอกสาร และไม่มีเครื่องมือค้นตัวไหนในโลกหาเจอ ใครบอกคุณว่ามีระบบจับหุ้นทุจริตได้ทุกแบบ — คนนั้นกำลังขายของที่ไม่มีอยู่จริง
2. รายการระหว่างกันส่วนใหญ่ปกติ 216 รายการที่นับมาไม่ใช่ 216 ข้อกล่าวหา มันคือ 216 จุดที่ควรไปอ่านต่อ และส่วนใหญ่จะจบลงด้วยคำว่า "อ๋อ ปกติ"
3. เคสในบทความนี้ถูกยกมาเพื่อสอนวิธีอ่าน ทุกข้อความเป็นคำที่บริษัทหรือผู้สอบบัญชีเขียนเองในเอกสารที่ยื่น ก.ล.ต. พร้อมปีงบและเลขหน้าให้ตรวจ — ไม่ได้เป็นการชี้ว่าใครทำผิดกฎหมาย
4. ขอบเขตข้อมูลตอนนี้ 918 บริษัทในดัชนี · 910 บริษัทที่มีรายงานผู้สอบบัญชีเข้าคลัง · ปีงบ 2564–2569 · คลังก่อนปี 2564 ยังทยอยสร้างอยู่หลังบ้าน ยังไม่เปิดให้ค้น
เอาไปใช้จริง — 6 ขั้น
| ขั้น | ทำอะไร | Ctrl+F คำนี้ (เล่มไทย) |
|---|---|---|
| 1 | เปิดหัวข้อรายการระหว่างกัน | รายการระหว่างกัน |
| 2 | อ่านก่อนว่า ใครคือคนใน | บุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง |
| 3 | หา ทิศออก | เงินให้กู้ยืม · เงินทดรองจ่าย — เจอแล้วถาม: ให้ใคร · มีหลักประกันไหม · ดอกเบี้ยเท่าไร |
| 4 | ไปหมายเหตุประกอบงบเอา ยอดปีก่อน มาเทียบ | บุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน — ยอดที่ไม่ลดลงสักปี คือสัญญาณ |
| 5 | เช็กภาระที่ยังไม่โผล่ในงบกำไรขาดทุน | ภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น · ข้อพิพาททางกฎหมาย · ถูกฟ้องร้อง |
| 6 | ทำซ้ำกับเล่มปีก่อนหน้า อย่างน้อย 3 ปี | ขั้นที่แพงที่สุด และเป็นขั้นที่คำค้นช่วยไม่ได้ |
ลองกับพอร์ตของคุณเอง
ทำเองด้วยมือได้ ใช้ตาราง 6 ขั้นข้างบนเลย เอกสารเป็นของสาธารณะ โหลดฟรีจาก ก.ล.ต. ทุกคน
ถ้าอยากข้ามงานกรรมกร — Boom Leverage Terminal พิมพ์ "เงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน" หรือชื่อหุ้นในพอร์ตของคุณ แล้วดูว่าใครในตลาดเขียนเรื่องนี้ไว้ ด้วยคำของบริษัทเอง พร้อมเลขหน้าและลิงก์ ก.ล.ต. ให้กดตรวจทุกบรรทัด
เริ่มด้วยตัวที่คุณถือมานานที่สุดโดยไม่เคยเปิดงบอีกเลย
ล็อกอินวันนี้รับสิทธิ์แพ็ก DELTA ฟรีถึง 30 ก.ย. 2026 — ย้อนหลัง 4 ปีเต็ม (ลึกพอจะเห็นว่ายอดลูกหนี้กิจการที่เกี่ยวข้องกันลดลงหรือไม่ลด) · 150 เครดิต/วัน · ไม่ต้องผูกบัตร ระหว่างโปรฯ ระบบเก็บเงินปิดทั้งหมด พอครบกำหนดสิทธิ์กลับเป็นแพ็กฟรีเองโดยไม่มีการตัดเงิน — เหตุผลที่แจกและเงื่อนไขเต็ม · เทียบแพ็กแบบตรงไปตรงมา อ่านคู่มือเลือกแพ็ก · ระดับทีมหรือสถาบัน (seats · Excel export · API) คุยได้ที่หน้า Enterprise หรือ contact@boomleverage.com
อ่านคู่กัน: ความเห็นผู้สอบบัญชี — ด่านแรกที่ควรผ่านก่อนถึงบทความนี้ · แผนที่ 56-1 ทั้งเล่ม 4 ส่วน 9 หัวข้อ · ระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่ผมสร้างในแบงก์
ข้อความปฏิเสธความรับผิด: บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและอธิบายวิธีอ่านเอกสารที่บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยต่อสาธารณะเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ไม่ชี้นำหลักทรัพย์ใด และไม่รับประกันผลลัพธ์ใด ๆ ข้อมูลบริษัทที่อ้างถึงทั้งหมดยกมาจากเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมระบุปีงบและเลขหน้าให้ตรวจสอบได้ · การมีรายการระหว่างกัน การให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน หรือการมีข้อพิพาททางกฎหมาย ไม่ได้เป็นการชี้ว่าบริษัทกระทำผิดกฎหมายหรือตกแต่งบัญชี — รายการเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นการดำเนินธุรกิจตามปกติที่ต้องเปิดเผยตามกฎเกณฑ์ · ตัวเลขสถิติทั้งหมดวัดจากดัชนีที่สร้างเมื่อ 14 ส.ค. 2026 และนับเมื่อ 15 ส.ค. 2026 ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีเอกสารใหม่เข้าคลัง · การลงทุนมีความเสี่ยง ผลในอดีตไม่รับประกันอนาคต
อ่านต่อ
ผู้สอบบัญชีเตือนไว้ล่วงหน้าเป็นปี ๆ แต่ไม่มีใครอ่าน — 68 บริษัทในตลาดไทยที่ความเห็นผู้สอบไม่ 'สะอาด' (ปีงบ 2564–2568)
อ่านต่อ คำอธิบายฝ่ายจัดการ (MD&A)คุณแพ้ตั้งแต่ตอนที่ไม่รู้ว่าจะพิมพ์หาอะไร — สถาบันเขาไม่เดาคีย์เวิร์ด เขามีเช็กลิสต์
อ่านต่อ คำอธิบายฝ่ายจัดการ (MD&A)กองทุนไม่เคยอ่าน 56-1 ตั้งแต่หน้าแรก — นี่คือ Playbook ที่บอกว่าเขาเปิดไปหน้าไหน (แผนที่ 4 ส่วน 9 หัวข้อ + 6 จุดที่คนข้าม)
อ่านต่อ