Boom Leverage
บทความทั้งหมด

งบแต่งได้ แต่เงินสดต้องไปโผล่ที่ไหนสักแห่ง — 216 รายการที่บริษัทเขียนบอกไว้เอง ในหน้าที่ไม่มีใครอ่าน

รายย่อยเห็นความเห็นผู้สอบบัญชี 'สะอาด' แล้วตายใจ แต่การถ่ายเงินออกจากบริษัทไม่ได้เกิดในบรรทัดกำไร มันเกิดในหัวข้อ 'รายการระหว่างกัน' และ 'ข้อพิพาททางกฎหมาย' ซึ่งฝ่ายบริหารต้องเขียนสารภาพไว้เองตามกฎ ก.ล.ต. — แค่มันซ่อนอยู่ในตัวหนังสือ 200 หน้า บทความนี้แจกชุดคำค้นภาษาไทยให้ Ctrl+F ได้ทันที กางกรณีศึกษาจริงปีงบ 2564 ที่ผู้สอบบัญชีเซ็นความเห็นสะอาด 8 เดือนก่อนวิกฤต ทั้งที่บริษัทเขียนเองว่าปล่อยกู้ให้บริษัทที่ไม่มีการดำเนินงาน และนับให้ดูว่าทั้งตลาดมีกี่บริษัทที่เงินไหลออกไปหากิจการที่เกี่ยวข้องกัน — ทุกบรรทัดมีเลขหน้าและลิงก์ ก.ล.ต.

Varanchai Yingkhamnueng·
คำอธิบายฝ่ายจัดการ (MD&A)Boom Leverage

งบแต่งได้ แต่เงินสดต้องไปโผล่ที่ไหนสักแห่ง — 216 รายการที่บริษัทเขียนบอกไว้เอง ในหน้าที่ไม่มีใครอ่าน

รายย่อยเห็นความเห็นผู้สอบบัญชี 'สะอาด' แล้วตายใจ แต่การถ่ายเงินออกจากบริษัทไม่ได้เกิดในบรรทัดกำไร มันเกิดในหัวข้อ 'รายการระหว่างกัน' และ 'ข้อพิพาททางกฎหมาย' ซึ่งฝ่ายบริหารต้องเขียนสารภาพไว้เองตามกฎ ก.ล.ต. — แค่มันซ่อนอยู่ในตัวหนังสือ 200 หน้า บทความนี้แจกชุดคำค้นภาษาไทยให้ Ctrl+F ได้ทันที กางกรณีศึกษาจริงปีงบ 2564 ที่ผู้สอบบัญชีเซ็นความเห็นสะอาด 8 เดือนก่อนวิกฤต ทั้งที่บริษัทเขียนเองว่าปล่อยกู้ให้บริษัทที่ไม่มีการดำเนินงาน และนับให้ดูว่าทั้งตลาดมีกี่บริษัทที่เงินไหลออกไปหากิจการที่เกี่ยวข้องกัน — ทุกบรรทัดมีเลขหน้าและลิงก์ ก.ล.ต.

ลองนึกภาพเช้าวันหนึ่ง

คุณเปิดแอปโบรกฯ แล้วเห็นตัวอักษรสองตัวข้างชื่อหุ้นที่คุณถือ — SP

หยุดพักการซื้อขาย ขายไม่ได้ ไม่มีราคา ไม่มีทางออก แล้วข่าวก็ทยอยตามมา ผู้บริหารถูกกล่าวหา เงินหายไปจากบริษัท ก.ล.ต. เข้ามาตรวจ

สิ่งที่คุณพูดกับตัวเองในนาทีนั้น ผมเดาได้เลยว่าคือประโยคนี้:

"ก็งบมันดูปกติดีนี่ กำไรก็มี ผู้สอบบัญชีก็เซ็นรับรอง"

และนี่คือความจริงที่โหดที่สุดของบทความนี้ — คุณพูดถูกทุกคำ งบมันดูปกติจริง กำไรมีจริง และผู้สอบบัญชีก็เซ็นรับรองแบบไม่มีเงื่อนไขจริง ๆ

ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงที่ข้อมูลถูกปิดบัง ปัญหาอยู่ตรงที่มันถูกเขียนไว้ในหน้าที่คุณไม่ได้เปิด

รายย่อยถามผิดคำถาม

เวลาเกิดเคสแบบนี้ คำถามแรกในกลุ่มไลน์เกือบทุกครั้งคือ "มันแต่งงบยังไงวะ"

ผมเข้าใจว่าทำไมคนถามแบบนั้น แต่มันเป็นคำถามที่พาไปผิดทาง เพราะมันชวนให้คุณไปเพ่งที่ บรรทัดกำไร ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรุงแต่งได้ง่ายที่สุดในงบทั้งเล่ม รับรู้รายได้เร็วขึ้นหน่อย ตั้งค่าเผื่อน้อยลงหน่อย ยืดอายุสินทรัพย์ออกไปอีกนิด — กำไรขยับได้โดยไม่ต้องมีเงินสดสักบาทเคลื่อนที่

คำถามที่ฝั่งสถาบันถามไม่เหมือนกัน และมันสั้นกว่ามาก:

"ถ้ากำไรมันทิพย์ แล้วเงินสดจริง ๆ มันไหลออกไปทางไหน"

นี่คือความแตกต่างทั้งหมด กำไรเป็นความเห็นทางบัญชี แต่เงินสดเป็นข้อเท็จจริง เงินที่ออกจากบัญชีบริษัทไปแล้วต้องไปโผล่ที่ใดที่หนึ่งเสมอ และไม่ว่าใครจะตั้งใจซ่อนแค่ไหน มันต้องถูกบันทึกไว้ เพราะกฎหมายบังคับให้เปิดเผย

คำถามที่เหลือมีข้อเดียว: คุณรู้ไหมว่ามันถูกบันทึกไว้ตรงไหน

ท่อที่ถูกกฎหมาย: รายการระหว่างกัน

ในแบบ 56-1 One Report มีหัวข้อหนึ่งที่แทบไม่เคยถูกพูดถึงในคลิปสรุปงบ — หัวข้อที่ 9 การควบคุมภายในและรายการระหว่างกัน (ผมกางแผนที่ทั้งเล่มไว้แล้วในบทความเรื่องโครงสร้าง 56-1)

"รายการระหว่างกัน" (Related Party Transactions) คือรายการที่บริษัททำกับคนใน — กรรมการ ผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือกิจการที่คนกลุ่มเดียวกันคุมอยู่

ขอวางเส้นให้ชัดก่อนใครจะเข้าใจผิด: รายการระหว่างกันส่วนใหญ่ปกติและถูกกฎหมายสนิท บริษัทแม่ให้บริษัทลูกกู้เพื่อขยายโรงงาน กลุ่มบริษัทใช้ศูนย์บริการร่วมกัน — เรื่องพวกนี้เกิดทุกวันในทุกกลุ่มธุรกิจ และการเปิดเผยมันคือหน้าที่ ไม่ใช่ความผิด

แต่ มันคือช่องทางเดียวที่เงินออกจากบริษัทไปหาคนในได้อย่างถูกกฎหมาย และเมื่อมันถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ มันคือท่อดูดที่มีประสิทธิภาพสูงมาก เพราะทุกขั้นตอนมีเอกสารรองรับครบถ้วน

สิ่งที่ต้องดูไม่ใช่ "มีรายการระหว่างกันไหม" แต่คือ ทิศทาง

อันนี้คือหัวใจ และเป็นจุดที่คนอ่านเองพลาดบ่อยที่สุด — ผมเองก็เกือบพลาดตอนนับตัวเลขให้บทความนี้

คำที่เห็นทิศเงินอ่านว่ายังไง
เงินกู้ยืม จาก กิจการที่เกี่ยวข้องกัน💰 เข้า บริษัทปกติ มักเป็นการอัดฉีดสภาพคล่องจากผู้ถือหุ้นใหญ่ บางทีเป็นข่าวดีด้วยซ้ำ
เงินให้กู้ยืม แก่ กรรมการ / กิจการที่เกี่ยวข้องกัน🚨 ออก จากบริษัทนี่คือช่องที่ต้องอ่าน เงินของผู้ถือหุ้นออกไปอยู่กับคนใน
เงินทดรองจ่าย แก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน🚨 ออกจ่ายไปก่อน ยังไม่ได้คืน — ชื่อฟังดูเล็ก แต่ยอดสะสมโตได้เร็วมาก
ลูกหนี้ กิจการที่เกี่ยวข้องกัน (ที่ไม่ลดลงสักที)🚨 ออกไปแล้วไม่กลับขายของให้คนกันเอง รับรู้รายได้แล้ว แต่เก็บเงินไม่ได้

แถวล่างสุดคือแถวที่อันตรายที่สุด เพราะมันเข้าเงื่อนไข "กำไรทิพย์" ได้เต็ม ๆ — บริษัทบันทึกรายได้จากการขายให้กิจการที่เกี่ยวข้องกัน กำไรในงบสวยขึ้นทันที แต่เงินสดไม่เคยเข้ามา มีแต่ตัวเลขลูกหนี้ที่โตขึ้นเรื่อย ๆ ในงบดุล

สามคำถามที่ผมใช้เวลาเจอรายการทิศ "ออก" — ยืมมาจากงานพิจารณาความเสี่ยงคู่สัญญาที่ผมทำในแบงก์ตรง ๆ:

  1. มีหลักประกันไหม — ถ้าปล่อยกู้ให้คนนอกต้องมีหลักประกัน แล้วทำไมให้คนในถึงไม่ต้องมี
  2. ดอกเบี้ยเท่าไหร่ เทียบกับที่บริษัทเองไปกู้มา — ถ้าบริษัทกู้แบงก์มา 6% แล้วปล่อยต่อให้กิจการที่เกี่ยวข้องกัน 3% นั่นคือส่วนต่างที่ผู้ถือหุ้นเป็นคนจ่าย
  3. ปีที่แล้วยอดเท่าไหร่ — ยอดที่ไม่ลดลงสักปี แปลว่าไม่มีใครตั้งใจจะคืน

แล้วในตลาดไทยมีเท่าไหร่ — ผมนับมาให้แล้ว

ผมสแกนคลังของ Boom Leverage Terminal ทั้งหมด (ดัชนีสร้าง 14 ส.ค. 2026 · นับ 15 ส.ค. 2026 · ครอบคลุมปีงบ 2564–2568) โดยนับ เฉพาะรายการที่ระบบเปิดให้ค้นได้จริงวันนี้ ไม่ใช่ทุกอย่างที่มีในคลัง — เดี๋ยวผมอธิบายความต่างตรงนี้ตอนท้าย เพราะมันคือเรื่องที่ผมอยากให้จำที่สุด

terminal.boomleverage.com

เงินไหลออกไปหาคนใน + ข้อพิพาททางกฎหมาย — ทั้งตลาด

910 บริษัทที่มีเอกสารเข้าคลัง · ปีงบ 2564–2568 · นับ 15 ส.ค. 2026

  • รายการทิศ “ออก” (ให้กู้/ทดรอง/ลูกหนี้ แก่คนใน)

    216 รายการ

    71 บริษัท ≈ 7.8% ของ 910

  • รายการระหว่างกันทั้งหมดที่ค้นได้

    906 รายการ

    202 บริษัท — ส่วนใหญ่ปกติ ใช้เป็นฐานเทียบ

  • ข้อพิพาททางกฎหมาย / ถูกฟ้องร้อง

    1,094 รายการ

    176 บริษัท ≈ 19.3% ของ 910

  • ใน 216 รายการนั้น — บริษัทเขียนเอง

    191 รายการ

    ปัจจัยความเสี่ยง 122 · คำอธิบายฝ่ายจัดการ 69

  • ใน 216 รายการนั้น — ผู้สอบบัญชีหยิบขึ้นมาเอง

    25 รายการ

    12 บริษัท · ส่วนใหญ่เป็น KAM (22 รายการ)

  • อยู่ในท่อที่เรายังล็อกไว้ ไม่เปิดให้ค้น

    2,480 รายการ

    1,141 รายการระหว่างกัน + 1,339 ข้อพิพาท — เหตุผลอยู่ท้ายบทความ

วิธีนับ: กรองเฉพาะข้อความที่ระบุทั้งคู่ — เป็นรายการกับกิจการที่เกี่ยวข้องกัน และเป็นทิศ 'ออก' (ให้กู้ยืม / ทดรองจ่าย / ลูกหนี้ แก่กรรมการ·กิจการที่เกี่ยวข้อง·บริษัทร่วม·บริษัทย่อย) · เงินกู้ 'จาก' กิจการที่เกี่ยวข้องกันไม่ถูกนับ เพราะเป็นเงินเข้า ไม่ใช่เงินออก

ตัวเลขที่ผมอยากให้หยุดอ่านคือ 191 กับ 25

ใน 216 รายการที่เงินไหลออกไปหาคนใน มีแค่ 25 รายการ ที่ผู้สอบบัญชีหยิบขึ้นมาพูดเอง อีก 191 รายการ — บริษัทเป็นคนเขียนบอกเอง ในหัวข้อปัจจัยความเสี่ยงและคำอธิบายฝ่ายจัดการ

อ่านอีกที: ข้อมูลนี้ไม่ได้มาจากการสืบสวน ไม่ได้มาจากแหล่งข่าววงใน มันมาจากที่บริษัทเขียนอธิบายตัวเองในเอกสารที่ยื่น ก.ล.ต.

นี่คือความไม่สมมาตรที่แท้จริงของตลาดนี้ ไม่ใช่ว่าใครมีข้อมูลลับกว่าใคร — ทุกคนมีข้อมูลชุดเดียวกันหมด ต่างกันแค่ว่าใครมีเวลาไปอ่านมัน

เคสที่ควรอ่านช้าที่สุด: "บริษัท M" ปีงบ 2564

ผมจะกางเคสนี้ให้ดู เพราะมันคือคำตอบของทั้งบทความ และผมขอวางกติกาไว้ก่อน 3 ข้อ เพื่อไม่ให้ใครอ่านเกินกว่าที่หลักฐานบอก

กติกาการอ่านเคสนี้

1. ทุกบรรทัดข้างล่างมาจากเอกสารที่ยื่น ก.ล.ต. ก่อนเกิดเหตุ รายงานผู้สอบบัญชีฉบับนี้ลงนามที่กรุงเทพฯ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565ก่อนเหตุการณ์เดือนพฤศจิกายน 2565 ประมาณ 8 เดือนครึ่ง ผมเช็กจากวันที่ผู้สอบเซ็นในตัวเอกสาร ไม่ใช่จากวันที่ไฟล์ถูกสร้าง (ซึ่งเป็นวันที่เราโหลดมา ใช้เป็นหลักฐานไม่ได้)

2. นี่ไม่ใช่การบอกว่าใครควรจะรู้ล่วงหน้า ไม่มีบรรทัดไหนในเอกสารนี้ทำนายสิ่งที่เกิดขึ้นทีหลัง และผมไม่ได้กำลังบอกว่าอ่านแล้วจะเห็นอนาคต

3. เคสนี้ถูกยกมาเพื่อสอนวิธีอ่าน ไม่ใช่เพื่อชี้นำหลักทรัพย์หรือกล่าวหาใคร ข้อความทั้งหมดเป็นคำที่บริษัทและผู้สอบบัญชีเขียนเอง

4. ผมถอดชื่อบริษัทออกเอง และจะเรียกว่า "บริษัท M" ทั้งที่เอกสารทุกฉบับเป็นของสาธารณะและอ้างอิงได้ตามปกติ — เพราะบทเรียนที่ผมอยากให้ติดตัวคุณกลับไปคือ วิธีอ่าน ไม่ใช่ชื่อย่อ · ตัวเลข ปีงบ เลขหน้า และข้อความทุกคำข้างล่างเป็นของจริงไม่ตัดต่อ ถ้าคุณอยากยืนยันด้วยตัวเอง ก๊อปประโยคภาษาอังกฤษในกรอบไปค้นในระบบเปิดเผยข้อมูลของ ก.ล.ต. หรือใน Terminal ก็เจอทันที

สิ่งแรกที่ต้องรู้ และมันคือพล็อตทวิสต์ทั้งหมด

terminal.boomleverage.com

บริษัท M · กรณีศึกษาจริง

ประเภทความเห็นของผู้สอบบัญชี เรียงตามปีงบ (ถอดชื่อออกโดยผู้เขียน)

  • ปีงบ 2564✅ สะอาด — ไม่มีเงื่อนไข
  • ปีงบ 2565✅ สะอาด — ไม่มีเงื่อนไข
  • ปีงบ 2566✅ สะอาด — ไม่มีเงื่อนไข
  • ปีงบ 2567✅ สะอาด — ไม่มีเงื่อนไข
  • ปีงบ 2568✅ สะอาด — ไม่มีเงื่อนไข
รวมปีงบ 2565 ซึ่งเป็นปีที่เกิดเหตุการณ์ — รายงานฉบับนั้นลงนาม 24 ก.พ. 2566 และความเห็นก็ยังสะอาด · ถ้าคุณใช้ 'ความเห็นผู้สอบบัญชี' เป็นด่านเดียว เคสนี้ผ่านด่านคุณทุกปี

ความเห็นผู้สอบบัญชีของบริษัท M สะอาดทุกปี ตั้งแต่ปีงบ 2564 ถึง 2568 ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีการไม่แสดงความเห็น รวมถึงปี 2565 ที่เกิดเหตุด้วย

ผมเขียนบทความทั้งบทความเรื่องความเห็นผู้สอบบัญชีไปแล้ว และผมยังยืนยันทุกคำว่ามันคือด่านแรกที่คุ้มค่าที่สุด — แต่เคสนี้คือเหตุผลว่าทำไมมันต้องเป็นด่าน "แรก" ไม่ใช่ด่าน "เดียว"

แล้วในเอกสารฉบับเดียวกันนั้นเขียนอะไรไว้บ้าง

ผู้สอบบัญชีเซ็นสะอาด แต่ในหัวข้อ เรื่องสำคัญในการตรวจสอบ (KAM) — ซึ่งคือส่วนที่ผู้สอบเล่าว่าปีนี้เขาลงแรงตรวจเรื่องอะไรหนักที่สุด — เขาเขียนไว้ว่า:

terminal.boomleverage.com

บริษัท M · ปีงบ 2564 — สิ่งที่อยู่ในเอกสารฉบับที่ผู้สอบเซ็นสะอาด

รายงานผู้สอบบัญชีลงนามที่กรุงเทพฯ 25 ก.พ. 2565

Impairment of investment in subsidiaries and Allowance for expected credit loss of trade and other current receivables - related parties and Allowance for expected credit loss for doubtful accounts for loans to and interest receivable from subsidiaries in the separate financial statements

เรื่องสำคัญในการตรวจสอบ (KAM) · หน้า 2 ของรายงานผู้สอบบัญชี · ยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต.
KAM อีกข้อในฉบับเดียวกันระบุว่า สินทรัพย์ทางการเงินที่วัดด้วยมูลค่ายุติธรรมมีมูลค่า 1,077.85 ล้านบาท คิดเป็น 66% ของสินทรัพย์รวม · ข้อความยกมาไม่ตัดต่อ ลิงก์ตรงถูกถอดออกพร้อมชื่อบริษัท — ค้นประโยคนี้ในระบบของ ก.ล.ต. หรือใน Terminal แล้วเจอต้นฉบับทันที

KAM ไม่ใช่คำเตือน และไม่ใช่คำทำนายการทุจริต — ผมย้ำเรื่องนี้ในบทความที่แล้วและขอย้ำอีกครั้ง KAM เป็นส่วนหนึ่งของรายงานที่สะอาด มันคือผู้สอบบัญชีบอกว่า "ปีนี้ผมเหนื่อยกับเรื่องนี้ที่สุด"

แต่นั่นแหละคือประโยชน์ของมัน — มันคือ ลายแทงที่บอกว่าจุดไหนในงบต้องใช้ดุลยพินิจมากที่สุด และในเคสนี้ ลายแทงชี้ไปที่ ลูกหนี้และเงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน กับ สินทรัพย์ทางการเงินที่คิดเป็น 66% ของสินทรัพย์ทั้งบริษัท

คำถามที่ผมอยากให้ค้างไว้ในหัวคือ: ถ้าคนที่มีอำนาจเข้าไปดูบัญชีจริง บอกว่าเขาเหนื่อยกับเรื่องหนี้ที่เกี่ยวโยงกันมากที่สุด แล้วทำไมคนที่ถือหุ้นอยู่ถึงไม่เคยเปิดหน้านั้นเลย

และนี่คือส่วนที่บริษัทเขียน "สารภาพ" ไว้เอง

ตรงนี้คือหัวใจของบทความ ทุกข้อความข้างล่างนี้ ฝ่ายบริหารเป็นคนเขียนเอง ในเอกสารฉบับเดียวกัน — ผมยกมาไม่ตัดต่อ ยกเว้นชื่อคู่สัญญาที่ผมแทนด้วย [บริษัท D] / [บริษัท S] / [บริษัท P] ตามนโยบายถอดชื่อของบทความนี้ ส่วนที่เหลือทุกคำและทุกตัวเลขคือของจริง:

สิ่งที่บริษัทเขียนไว้อ่านว่ายังไง
"[บริษัท D] has no plan of payment because of no operation. The loan has been fully set up for allowance for doubtful accounts."ปล่อยกู้ให้บริษัทที่ไม่มีการดำเนินงาน และไม่มีแผนจะจ่ายคืน — ตั้งค่าเผื่อเต็มจำนวนแล้ว = ยอมรับว่าเงินก้อนนี้ไม่กลับมา
"The loan is not in proportion to their shareholding because the Company is a major shareholder and provide financial support to [บริษัท D]…"ปล่อยกู้เกินสัดส่วนการถือหุ้น — ผู้ถือหุ้นรายอื่นของบริษัท D ไม่ได้ลงเงินตามส่วน แต่บริษัท M ลง
"Such loans have not yet been set up for allowance for doubtful accounts because the management has already considered that [บริษัท S] will start in 2020."ยังไม่ตั้งค่าเผื่อ เพราะฝ่ายบริหารเชื่อว่าอีกบริษัทจะเริ่มดำเนินงาน — เขียนไว้ในงบปี 2564 โดยอ้างอิงแผนปี 2563
ลูกหนี้ค่าลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ 6.37 ล้านบาท ครบกำหนดชำระตั้งแต่ พ.ย. 2561 / ธ.ค. 2561 / ธ.ค. 2562ค้างมาแล้ว 3 ปี และยอดไม่ขยับเลยเทียบกับสิ้นปี 2563
ค้ำประกัน [บริษัท P] ในฐานะ จำเลยที่ 2 — สถาบันการเงินฟ้องศาลแพ่งตั้งแต่ 12 ต.ค. 2560 ในมูลหนี้ 81.70 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย · ยอดคงค้าง 77.85 ล้านบาท + ดอกเบี้ย 44.32 ล้านบาท = 122.17 ล้านบาทภาระผูกพันที่อยู่นอกงบกำไรขาดทุน — ไม่กระทบบรรทัด "กำไรสุทธิ" ที่คุณดู แต่กระทบเงินสดแน่ถ้าแพ้คดี

ทั้งหมดนี้อยู่ในเอกสารสาธารณะ โหลดฟรี ยื่นก่อนเกิดเหตุ 8 เดือนครึ่ง และอยู่ในเล่มที่ผู้สอบบัญชีเซ็นรับรองว่า "ถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญ"

สองเรื่องนี้ไม่ได้ขัดกันเลย ผู้สอบบัญชีรับรองว่าตัวเลขถูกต้องและเปิดเผยครบ — ซึ่งมันครบจริง คุณถึงได้อ่านมันอยู่ตอนนี้ ผู้สอบไม่ได้มีหน้าที่บอกคุณว่าธุรกิจนี้ดีหรือแย่ หน้าที่นั้นเป็นของคุณ และวัตถุดิบก็ถูกวางไว้ให้แล้ว

แจกอาวุธ: ชุดคำค้นภาษาไทย เอาไป Ctrl+F ได้เลย

เหมือนบทความที่แล้ว ผมยกทุกคำมาจาก One Report ฉบับภาษาไทยจริง ที่อยู่บนดิสก์ผม ไม่ได้แปลเอง — ในวงเล็บคือจำนวนครั้งที่เจอในเล่มนั้น ๆ เพื่อยืนยันว่าคำนี้มีจริงและใช้ค้นได้จริง

กลุ่มที่ 1 — รายการระหว่างกัน

ค้นคำนี้เจอแล้วทำอะไรต่อ
รายการระหว่างกันจุดเริ่มต้น (SELIC 50 ครั้ง · PCC 31 · IFEC 14) — พาไปหัวข้อที่ 9 ของเล่ม
บุคคลที่อาจมีความขัดแย้งตารางที่บอกว่า ใครคือคนใน (PCC 9 · SELIC 9 · IFEC 3) — อ่านชื่อให้ครบก่อนดูตัวเลข
รายการธุรกิจกับกิจการที่เกี่ยวข้องกันหัวข้อในหมายเหตุประกอบงบ — ที่นี่มีตัวเลขจริงและยอดปีก่อนให้เทียบ
บุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกันคำที่ใช้ในหมายเหตุประกอบงบ ต่างจากคำในตัวเล่ม 56-1 — ต้องค้นทั้งสองคำ
เงินให้กู้ยืม · เงินให้กู้ยืมระยะสั้น🚨 ทิศออก (PCC 16 / 9 ครั้ง) — อ่านต่อทันทีว่า ให้ใคร มีหลักประกันไหม ดอกเบี้ยเท่าไร
เงินทดรองจ่าย🚨 ทิศออก (IFEC 5 · PCC 1) — ยอดสะสมโตเร็วกว่าที่ชื่อฟังดู

กลุ่มที่ 2 — ข้อพิพาทและภาระที่ยังไม่โผล่ในงบกำไรขาดทุน

ค้นคำนี้เจอแล้วทำอะไรต่อ
ข้อพิพาททางกฎหมายหัวข้อมาตรฐานในส่วนที่ 1 ของเล่ม (PCC 4 · IFEC 4 · SELIC 3)
ถูกฟ้องร้องคำที่โผล่ในเนื้อความจริง (IFEC 11 ครั้ง) — ใช้จับเคสที่ไม่ได้อยู่ใต้หัวข้อมาตรฐาน
ภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นหัวข้อที่สำคัญที่สุดในกลุ่มนี้ — ค้ำประกัน คดีความ ภาระที่ยังไม่รับรู้เป็นหนี้สิน เจอในทุกเล่มที่ผมเปิด
หนี้สินที่อาจเกิดขึ้นรูปสั้นของคำข้างบน บางเล่มใช้คำนี้แทน

⚠️ เตือนแบบเดียวกับบทความที่แล้ว: เจอคำเหล่านี้ ไม่ได้แปลว่าเจอปัญหา ทุกบริษัทในตลาดมีหัวข้อ รายการระหว่างกัน และเกือบทุกบริษัทมี ภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นคำค้นพาคุณไปถึงหน้า แต่ไม่ได้อ่านแทนคุณ สิ่งที่ตัดสินคือ ทิศทาง · หลักประกัน · ดอกเบี้ย · และยอดเทียบปีก่อน

แล้วทำไมรู้คำค้นแล้วยังไม่พอ

ผมให้ตารางข้างบนไปฟรี ๆ และผมหมายความตามนั้น — ทำเองได้จริง ข้อมูลเป็นของสาธารณะทั้งหมด

แต่ลองกางเลขคณิตออกมาดูเหมือนที่ผมทำในบทความที่แล้ว แล้วจะเห็นว่าปัญหาไม่เคยอยู่ที่ "หาไม่เจอ":

พอร์ต 10 ตัว × ย้อนหลัง 5 ปีงบ            =  50 ไฟล์
เล่มละ ~200–300 หน้า                      ≈  12,500 หน้า
แต่ละไฟล์ต้องเปิด 3 จุด ไม่ใช่จุดเดียว:
   หัวข้อ 9 รายการระหว่างกัน
 + หมายเหตุประกอบงบ (ตัวเลขจริง + ยอดปีก่อน)
 + ภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น
                                          =  150 จุดที่ต้องเปิด
แล้วยังต้องเรียงเทียบข้ามปีเองอีก

และงานที่โหดที่สุดยังไม่ใช่การเปิด — มันคือการจำ เพราะสัญญาณของท่อดูดเงินไม่ได้อยู่ในตัวเลขปีเดียว มันอยู่ใน ยอดที่ไม่ลดลงสักปี คุณต้องจดยอดลูกหนี้กิจการที่เกี่ยวข้องกันของปี 2564 ไว้ แล้วเปิดเล่มปี 2565 มาเทียบ แล้วปี 2566 อีก — ต่อบริษัท ต่อรายการ

นี่ไม่ใช่งานวิเคราะห์ นี่คืองานกรรมกร และมันคือเหตุผลเดียวที่ฝั่งสถาบันได้เปรียบ ไม่ใช่เพราะเขาฉลาดกว่า แต่เพราะเขาจ้างคนมานั่งทำสิ่งนี้เป็นงานประจำ ส่วนคุณมีเวลาว่างตอนสี่ทุ่มหลังเลิกงาน

สิ่งที่ผมสร้างขึ้นมาแก้เรื่องนี้ — และสิ่งที่ผมยังไม่ยอมเปิดให้ใช้

ถามเป็นความหมาย ไม่ใช่เปิดทีละไฟล์

พิมพ์ "เงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน" หรือ "ถูกฟ้องร้องคดี" ครั้งเดียว ระบบกวาดคำอธิบายฝ่ายจัดการ ปัจจัยความเสี่ยง และรายงานผู้สอบบัญชีของ 918 บริษัท ปีงบ 2564–2569 พร้อมกัน — เคสอย่าง INGRS, EASON, BCT, ADD, CRANE ในตารางข้างล่างมาจากการค้นแบบนี้ ไม่ได้มาจากการเปิดไฟล์ทีละเล่ม

ทำไมเชื่อได้: ทุกผลลัพธ์เป็นข้อความจริงจากเอกสารจริง (verbatim) พร้อมชื่อบริษัท ปีงบ เลขหน้า และลิงก์ไฟล์ต้นฉบับที่ ก.ล.ต. — ไม่มีการสรุปความ ไม่มีการปั้นตัวเลข ถ้าระบบชี้ไม่ได้ว่าประโยคนี้อยู่หน้าไหน มันจะไม่ถูกส่งขึ้นจอเลย

นี่คือตัวอย่างที่ระบบคืนมาจริงจากคำค้นเรื่องเงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน — ทุกบรรทัดกดดูต้นฉบับได้:

บริษัทปีงบสิ่งที่เอกสารเขียน
INGRS2568ผู้สอบใส่ วรรคเน้นข้อมูลเรื่องเงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน โดยเฉพาะ (หน้า 2) — "…regarding the short-term loans to related parties. The Company and the subsidiaries in Malaysia have provided short-term loans to the parent company." · ในปีเดียวกันบริษัทระบุค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตของลูกหนี้การค้าของกลุ่ม 300.5 ล้านบาท
EASON2567 → 2568ให้กู้กิจการที่เกี่ยวข้องกัน 169.60 ล้านบาท (สุทธิจากค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต) แล้วปีถัดมาเป็น 42.35 / 165.60 ล้านบาท ในงบรวม/งบเฉพาะกิจการ — ขึ้นเป็น KAM 2 ปีติด เพราะการประเมินค่าเผื่อต้องใช้ดุลยพินิจสูง
BCT2565 · 2566ให้กู้ระยะยาวแก่บริษัทร่วมในต่างประเทศ ไม่มีหลักประกัน ดอกเบี้ย SOFR+3.5% ครบกำหนดคืนเต็มจำนวน มิ.ย. 2569 — KAM 2 ปีติด
ADD2568ให้กู้บริษัทร่วม 29,550,000 บาท ตั้งค่าเผื่อ ECL 10,353,923 บาท (หน้า 239) · บริษัทระบุเองว่าบริษัทร่วมที่ถือ 15% ผิดนัดชำระเงินต้น 3 งวดติด
CRANE2565KAM ว่าด้วยค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตของ เงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน + ด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทย่อย
3K-BAT2564–2567วรรคเน้นข้อมูลเรื่อง คดีที่อดีตพนักงานฟ้อง 4 ปีติดต่อกัน — ตัวอย่างฝั่งข้อพิพาทที่อ่านเป็นทิศทางได้

และนี่คือส่วนที่ผมอยากพูดถึงมากที่สุดในบทความนี้

ในคลังของเรามีท่อข้อมูลเฉพาะทางอยู่สองท่อ ชื่อ Forensic กับ Governance ในนั้นมีข้อมูลที่สกัดเสร็จแล้ว 116,138 รายการ — รวมถึงหมวด related-party โดยเฉพาะอีก 1,031 รายการ และคดีความอีกเป็นหมื่น

เราล็อกมันไว้ ลูกค้าเปิดใช้ไม่ได้แม้แต่คนเดียว

terminal.boomleverage.com

สถานะท่อข้อมูล — ทำไมบางท่อถึงยังไม่เปิด

วัด 15 ส.ค. 2026 · ดัชนีสร้าง 14 ส.ค. 2026

  • ปัจจัยความเสี่ยง

    เปิดใช้

    พิสูจน์พิกัดหน้าได้ 99.24%

  • คำอธิบายฝ่ายจัดการ / งบการเงิน

    เปิดใช้

    พิสูจน์พิกัดหน้าได้ 99.03%

  • รายงานผู้สอบบัญชี

    เปิดใช้

    พิสูจน์พิกัดหน้าได้ 99.48%

  • Forensic

    102,641 รายการ

    สกัดเสร็จแล้ว · ยังไม่ผ่านด่านพิสูจน์พิกัด · ล็อก

  • Governance

    13,497 รายการ

    รวม related-party 1,031 · ยังไม่ผ่านด่านพิสูจน์พิกัด · ล็อก

  • สิ่งที่ท่อที่ล็อกอยู่คืนให้ลูกค้าวันนี้

    0 รายการ

    ถูกตัดทิ้งที่ชั้น request แบบ fail-closed

กฎข้อเดียว: ข้อมูลจะออกจากระบบไปถึงลูกค้าได้ ต่อเมื่อชี้ได้ว่าประโยคนั้นอยู่ตรงไหนบนหน้าไหนของไฟล์ต้นฉบับ · สกัดเสร็จแล้วไม่พอ ต้องพิสูจน์ตำแหน่งได้ด้วย

เหตุผลที่ล็อกมีข้อเดียว: สองท่อนั้นยังไม่ผ่านด่านพิสูจน์พิกัดหน้าเอกสาร

Terminal มีกฎเหล็กข้อเดียวที่ผมไม่ยอมผ่อน — ถ้าเราวาดกรอบกลับไปชี้ไม่ได้ว่าประโยคนี้อยู่ตรงไหนบนหน้าไหนของไฟล์ต้นฉบับ เราไม่แสดงผลมันเลย ไม่ใช่แสดงพร้อมคำเตือน ไม่ใช่แสดงแบบเป็นเบต้า — ไม่แสดง

ผมรู้ว่าถ้าปลดล็อกวันนี้ ตัวเลขในหน้าขายจะสวยขึ้นทันทีจากหลักพันเป็นหลักแสน แต่มันจะแลกมากับสิ่งเดียวที่เครื่องมือแบบนี้ขายได้จริง — ความมั่นใจว่าทุกอย่างที่คุณเห็นบนจอ กดกลับไปตรวจของจริงได้

ในฐานะคนที่ทำงานฝั่งตรวจสอบแบบจำลองในแบงก์มาหลายปี ผมเจอมาพอที่จะรู้ว่า "เห็นข้อมูลน้อยลงแต่พิสูจน์ได้ทุกบรรทัด" มีค่ากว่า "เห็นเยอะแต่ต้องเชื่อ" เสมอ — เพราะข้อมูลที่พิสูจน์ไม่ได้ไม่ใช่หลักฐาน มันเป็นแค่ความเห็น และผมไม่ได้ตั้งใจขายความเห็น (หลักการเดียวกับที่ผมเขียนไว้ในวิธีกัน AI ปั้นตัวเลขด้วย 3 ด่าน)

เมื่อไหร่ที่สองท่อนี้ผ่านด่านเดียวกับอีกสามท่อ มันจะเปิดเอง และผมจะเขียนบอก — พร้อมตัวเลขที่วัดได้ เหมือนที่ทำมาตลอด

ขอบเขตที่เครื่องมือนี้ทำไม่ได้ — อ่านก่อนตัดสินใจ

1. เราอ่านสิ่งที่ถูกเปิดเผย ไม่ได้ตรวจบัญชี ถ้ารายการถูกทำนอกงบหรือถูกปกปิดจากผู้สอบบัญชีด้วย มันจะไม่ปรากฏในเอกสาร และไม่มีเครื่องมือค้นตัวไหนในโลกหาเจอ ใครบอกคุณว่ามีระบบจับหุ้นทุจริตได้ทุกแบบ — คนนั้นกำลังขายของที่ไม่มีอยู่จริง

2. รายการระหว่างกันส่วนใหญ่ปกติ 216 รายการที่นับมาไม่ใช่ 216 ข้อกล่าวหา มันคือ 216 จุดที่ควรไปอ่านต่อ และส่วนใหญ่จะจบลงด้วยคำว่า "อ๋อ ปกติ"

3. เคสในบทความนี้ถูกยกมาเพื่อสอนวิธีอ่าน ทุกข้อความเป็นคำที่บริษัทหรือผู้สอบบัญชีเขียนเองในเอกสารที่ยื่น ก.ล.ต. พร้อมปีงบและเลขหน้าให้ตรวจ — ไม่ได้เป็นการชี้ว่าใครทำผิดกฎหมาย

4. ขอบเขตข้อมูลตอนนี้ 918 บริษัทในดัชนี · 910 บริษัทที่มีรายงานผู้สอบบัญชีเข้าคลัง · ปีงบ 2564–2569 · คลังก่อนปี 2564 ยังทยอยสร้างอยู่หลังบ้าน ยังไม่เปิดให้ค้น

เอาไปใช้จริง — 6 ขั้น

ขั้นทำอะไรCtrl+F คำนี้ (เล่มไทย)
1เปิดหัวข้อรายการระหว่างกันรายการระหว่างกัน
2อ่านก่อนว่า ใครคือคนในบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง
3หา ทิศออกเงินให้กู้ยืม · เงินทดรองจ่าย — เจอแล้วถาม: ให้ใคร · มีหลักประกันไหม · ดอกเบี้ยเท่าไร
4ไปหมายเหตุประกอบงบเอา ยอดปีก่อน มาเทียบบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกันยอดที่ไม่ลดลงสักปี คือสัญญาณ
5เช็กภาระที่ยังไม่โผล่ในงบกำไรขาดทุนภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น · ข้อพิพาททางกฎหมาย · ถูกฟ้องร้อง
6ทำซ้ำกับเล่มปีก่อนหน้า อย่างน้อย 3 ปีขั้นที่แพงที่สุด และเป็นขั้นที่คำค้นช่วยไม่ได้

ลองกับพอร์ตของคุณเอง

ทำเองด้วยมือได้ ใช้ตาราง 6 ขั้นข้างบนเลย เอกสารเป็นของสาธารณะ โหลดฟรีจาก ก.ล.ต. ทุกคน

ถ้าอยากข้ามงานกรรมกร — Boom Leverage Terminal พิมพ์ "เงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน" หรือชื่อหุ้นในพอร์ตของคุณ แล้วดูว่าใครในตลาดเขียนเรื่องนี้ไว้ ด้วยคำของบริษัทเอง พร้อมเลขหน้าและลิงก์ ก.ล.ต. ให้กดตรวจทุกบรรทัด

เริ่มด้วยตัวที่คุณถือมานานที่สุดโดยไม่เคยเปิดงบอีกเลย

ล็อกอินวันนี้รับสิทธิ์แพ็ก DELTA ฟรีถึง 30 ก.ย. 2026 — ย้อนหลัง 4 ปีเต็ม (ลึกพอจะเห็นว่ายอดลูกหนี้กิจการที่เกี่ยวข้องกันลดลงหรือไม่ลด) · 150 เครดิต/วัน · ไม่ต้องผูกบัตร ระหว่างโปรฯ ระบบเก็บเงินปิดทั้งหมด พอครบกำหนดสิทธิ์กลับเป็นแพ็กฟรีเองโดยไม่มีการตัดเงิน — เหตุผลที่แจกและเงื่อนไขเต็ม · เทียบแพ็กแบบตรงไปตรงมา อ่านคู่มือเลือกแพ็ก · ระดับทีมหรือสถาบัน (seats · Excel export · API) คุยได้ที่หน้า Enterprise หรือ contact@boomleverage.com

อ่านคู่กัน: ความเห็นผู้สอบบัญชี — ด่านแรกที่ควรผ่านก่อนถึงบทความนี้ · แผนที่ 56-1 ทั้งเล่ม 4 ส่วน 9 หัวข้อ · ระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่ผมสร้างในแบงก์

ข้อความปฏิเสธความรับผิด: บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและอธิบายวิธีอ่านเอกสารที่บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยต่อสาธารณะเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ไม่ชี้นำหลักทรัพย์ใด และไม่รับประกันผลลัพธ์ใด ๆ ข้อมูลบริษัทที่อ้างถึงทั้งหมดยกมาจากเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมระบุปีงบและเลขหน้าให้ตรวจสอบได้ · การมีรายการระหว่างกัน การให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน หรือการมีข้อพิพาททางกฎหมาย ไม่ได้เป็นการชี้ว่าบริษัทกระทำผิดกฎหมายหรือตกแต่งบัญชี — รายการเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นการดำเนินธุรกิจตามปกติที่ต้องเปิดเผยตามกฎเกณฑ์ · ตัวเลขสถิติทั้งหมดวัดจากดัชนีที่สร้างเมื่อ 14 ส.ค. 2026 และนับเมื่อ 15 ส.ค. 2026 ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีเอกสารใหม่เข้าคลัง · การลงทุนมีความเสี่ยง ผลในอดีตไม่รับประกันอนาคต

อ่านต่อ